เรียนรู้สัญญาณเตือน วิธีป้องกัน และปัจจัยเสี่ยง ป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก
รีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที
อาการที่เกิดขึ้นกะทันหันเหล่านี้ คือสัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
วิงเวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่
ตามัว เห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็น
ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยวเฉียบพลัน มุมปากตก
แขนขาอ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก
พูดไม่ชัด เสียงเปลี่ยน ลิ้นแข็ง พูดไม่รู้เรื่อง หรือพูดไม่ออกทันทีทันใด
หากมีอาการให้นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที (ภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที)
ปัจจัยต่างๆ ที่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
ปัจจัยที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือควบคุมได้ตามธรรมชาติ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุม หรือรักษา เพื่อลดความเสี่ยง
ประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองเบื้องต้นจากดัชนีมวลกาย
กรุณากรอกข้อมูลเพื่อดูผลลัพธ์
เน้นการเปิดหลอดเลือดเพื่อนำเลือดกลับไปเลี้ยงสมองให้เร็วที่สุด
1) ยาละลายลิ่มเลือด (rtPA): โดยต้องให้ทางหลอดเลือดดำภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที นับตั้งแต่เริ่มมีอาการ
2) การใส่สายสวนลิ่มเลือด (Mechanical Thrombectomy): ใช้ในกรณีหลอดเลือดขนาดใหญ่ตีบ ทำภายใน 6 ชั่วโมง ถึง 24 ชั่วโมง
3) การให้ยาต้านเกล็ดเลือด: เช่น ยาแอสไพริน เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดใหม่และป้องกันการเป็นซ้ำ
4) การดูแลทางเดินหายใจ: เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
5) การควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
6) การควบคุมระดับน้ำตาล: เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายหลังการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
สมองบวมที่รุนแรงมากจนเกิดการเคลื่อนตัวของเนื้อสมอง (Brain Herniation) เป็นภาวะวิกฤตที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
รับชมวิดีโอเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านเครื่องเล่นระบบ Cinema
คำค้นหาแนะนำ: โรคหลอดเลือดสมอง, สัญญาณ BEFAST, Stroke Awareness Thai